ขั้นตอนการสืบค้น ส.1 Research

การออกแบบกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์สำหรับวิสาหกิจชุมชนน้ำมันสมุนไพรเคี่ยวกลั่น จังหวัดสิงห์บุรี
ประเภทผลิตภัณฑ์ยาสามัญภายนอก (ยาหม่องสมมุนไพรคลายเส้น)

กรอบแนวความคิดในการดำเนินงาน



ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้ประกอบการ
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มน้ำมันสมุนไพรเคี่ยวกลั่น
รหัสทะเบียน 1-17-03-03/1-0001

ชื่อผู้ประกอบการ นางศศิวรรณ ขังทอง อายุ 49 ปี
เกิดวันที่ 29 มิถุนายน 2510
ที่อยู่ เลขที่102/1 หมู่ที่5 ตำบลโพสังโฆ อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี รหัสไปรษณีย์16150
ประวัติการศึกษา
อนุปริญญา สาขาการบริหารธุรกิจการบัญชี วิทยาลัยเทพสตรี จังหวัดลพบุรี
ความสามารถพิเศษ
ชอบค้นคว้าในด้านสมุนไพร เช่น การทำครีมสมุนไพรปลูกผมป้องกันผมร่วง
การทำยาหม่องสมุนไพร(พ่อเป็นผู้สอน)
การสกัดเย็นสมุนไพร
เบอร์โทรศัพท์ 087-8010886
ID Line 0617436175


ลงพื้นที่พบผู้ประกอบ


เอกสารหนังสือสำคัญ



สินค้าที่ผู้ประกอบการต้องการให้ช่วยพัฒนารูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์

ชื่อผลิตภัณฑ์ ยาหม่องสมุนไพรคลายเส้น
ประเภทผลิตภัณฑ์ ยาสามัญภายนอก
สถานะผลิตภัณฑ์
สีผลิตภัณฑ์ สีเขียว
ส่วนผสม ขมิ้นชัน ดีปลี พริกไทย ใบมะตูม เสลดพังพอน
วาสลิน การบูร พิมเสน เมนทอล เทียน น้ำมันระกำ
ชนิดบรรจุภัณฑ์ ขวดแก้วฝาเกลียว
บรรจุในขวดแก้ว ขนาด 50ml.
ผลิตโดย กลุ่มน้ำมันสมุนไพรเคี่ยวกลั่น
ยาหม่องสมุนไพรคลายเส้น"โอ้ไพร"
เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านของกลุ่มน้ำมันสมุนไพรเคี่ยวกลั่น
ที่นำสมุนไพรท้องถิ่นมาเป็นส่วนผสมหลัก
ทั้งขมิ้นขัน ดีปลี พริกไทย ใบมะตูมและเสลดพังพอน
ที่มีสรรพคุณหลายอย่าง
สรรพคุณ
ช่วยบรรเทาอาการเส้นตึง มือชาเท้าชา
ปวดเมื้อยตามกล้ามเนื้อต่างๆ เคล็ดขัดยอก ฟกซ้ำ
ปวด บวม อักเสบ เนื่องจากแมลงกัดต่อย
วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม
วิธีใช้
ทาและนวดบริเวณที่มีอาการ

ยาหม่องสมุนไพรในท้องตลาดทั่วไป



Packaging Assembly

Evelation

Sticker Labal


ส่วนผสมสมุนไพรในยาหม่องสมุนไพรคลายเส้น

1.ดีปลี 10% 2.พริกไทย 10% 3.เสลดพังพอน 10% 4.ใบมะตูม 10% 
5.ขมิ้นข้น 10% 6.น้ำมันระก่ำ 20% 7.วาสลิน 20% 8.เทียน 2% 
9.เมนทอล 5% 10.การบูร 5% 11.พิมเสน 3% 


การวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน


ข้อมูลสรุปผลการวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนน้ำมันสมุนไพรเคี่ยวกลั่น


จุดแข็ง (Strengths)
จุดอ่อน (Weaknesses)
1.มีสถานที่ในการเพาะปลูกสมุนไพรเอง
2.ขวดแก้วมีความเป็นกลางไม่ทำปฏิกิริยาใดๆกับผลิตภัณฑ์ มีความปลอดภัยสูง
3.ต้นทุนต่ำ สามารถขยายกำลังการผลิตได้
4.ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
1.ไม่มีรูปลักษณ์ที่เด่นชัด
2.บรรจุภัณฑ์ยังไม่ต่างจากคู่แข่งทางตลาด
3.ไม่มีการโปรโมทสินค้าทางสื่อออนไลน์

โอกาส (Opportunities)
1.มีหหน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุนหากสินค้าได้มาตรฐาน
2.มีสถานที่จำหน่ายที่เป็นแหล่งค้าขายขนาดใหญ่ภายในชุมชน

อุปสรรค (Threats)
1.การติดต่อกับผู้ประกอบการเป็นไปได้ค่อนข้างลำบาก
2.ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย
3.ผู้ประกอบการขาดประสบการณ์ในการแสวงหาช่องทางการในการจำหน่ายและลงทุน

คุณสมบัติของขวดแก้ว


ขวดแก้ว
ข้อดี
1.มีความเป็นกลางและไม่ทำปฏิกิรกยาใดกับผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ภายใน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัย
2.ในกระบวนการผลิตแก้ว สามารถใช้เศษแก้วเข้าไปหลอมรวมได้ด้วยเพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
3.สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลายครั้ง โดยไม่เปลี่ยนแปลงคุณภาพ
4.สามารถทนความร้อนสูงและเย็นจัดได้ดี
ข้อเสีย
1.แก้วไม่สามารถย่อยสลายได้ตามกระบวนการทางชีวภาพ
2.การใช้บรรจุภัณฑ์จากแก้วสามารถเกิดบาดแผลได้จากกรณีแก้วแตก
3.การปนเปื้อนของแก้วก็ไม่สามารถตรวจจับได้เหมือนกับเศษโลหะ
4.มีน้ำหนักมากกว่าพลาสติกและพกพาได้ไม่สะดวก




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น